อิมแพ็ค เพิ่มทางเลือกอาหารและเครื่องดื่ม

จากบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ คุณพอลล์ กาญจนพาสน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด คุณพอลล์ได้เปิดเผยว่าทางบริษัทฯ มีแผนที่จะขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ในขณะที่ธุรกิจบริการจัดเลี้ยง หรือ เคเทอริง ยังมีโอกาสในการเติบโตอีกมาก

ในปีที่ผ่านมา อิมแพ็คได้เปิดตัว “เดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์” หรือ TCA (The Coffee Academics) ร้านกาแฟแบรนด์ดังจากฮ่องกงที่มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพและการคัดสรรเมล็ดกาแฟชั้นดี โดยสาขาแรกในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่โครงการเวลา สินธร วิลเลจ บนถนนหลังสวน และจะเปิดเพิ่มอีก 2 สาขา ที่เกษรวิลเลจและเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งกำหนดเปิดให้บริการภายในช่วงกลางปี 2563

นอกจากนี้ อิมแพ็คยังจะเดินหน้าลงทุนในแบรนด์นานาชาติชั้นนำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง อาทิ “เลอโนท” (Le Notre) แบรนด์เบเกอรี่ชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสที่เคยให้เปิดให้บริการในไทยและปิดตัวลงในปี 2558 โดยคุณพอลล์มีแผนที่จะนำกลับมาเปิดในไทยอีกครั้งในปี 2564 ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ พร้อมด้วยการนำเสนอในรูปแบบใหม่ให้เป็นสถาบันฝึกอบรมด้านเบเกอรี่ พร้อมทั้งแบรนด์ร้านอาหารจีนใหม่ที่จะให้บริการอาหารจีนสไตล์โมเดิร์น ซึ่งแตกต่างไปจากร้านฮ่องกง ฟิชเชอร์แมน และในตอนนี้ร้านอาหารไทย “ทองหล่อ” ซึ่งตั้งอยู่ในย่านทองหล่อและเสิร์ฟอาหารไทยพื้นบ้านตำรับดั้งเดิมที่รังสรรค์ด้วยวัตถุดิบออร์แกนิคก็ได้เปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบแล้ว นอกจากนี้ ใกล้ๆ กันกับร้านทองหล่อยังมีร้าน R Bowl Café ที่ให้บริการอาหารเพื่อสุขภาพที่ทำจากผักและผลไม้หลากสีอีกด้วย

คุณพอลล์กล่าวว่า “อิมแพ็คเริ่มต้นธุรกิจจากการเป็นผู้ให้บริการสถานที่สำหรับการจัดงานกลุ่มไมซ์ (MICE) แบบครบวงจร ต่อมาได้เข้ามาจับธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยเริ่มจากการทำศูนย์อาหารและแตกไลน์ไปสู่บริการจัดเลี้ยง ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจบริการจัดเลี้ยงของเราเติบโตขึ้นอย่างมากจนมาถึงจุดที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในปัจจุบัน ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่มักมองหาผู้ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับแบรนด์ของพวกเขา

ตัวอย่างเช่นงานมอเตอร์เอ็กซ์โปที่ผ่านมา บูธของบีเอ็มดับเบิลยูได้ใช้บริการจัดเลี้ยงของเชอราตัน ส่วนบูธของเปอโยต์ใช้บริการร้านพอล และบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ใช้บริการจากโรงแรมโอเรียนเต็ล ถึงแม้ว่าจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับการนำบริการจัดเลี้ยงจากผู้ให้บริการภายนอกเข้ามาใช้ในสถานที่ของเรา แต่ลูกค้าก็ยินดีที่จะจ่ายเงินในส่วนนี้ นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรามองเห็นโอกาสเติบโตในธุรกิจบริการจัดเลี้ยง

บางคนตั้งคำถามว่าอิมแพ็คจำเป็นต้องเปิดร้านกาแฟด้วยหรือ สำหรับผมแล้ว ผมมองเห็นโอกาสในการเติบโตอีกมากมายมหาศาลสำหรับอิมแพ็ค สิ่งที่เราทำล้วนเป็นการต่อยอดสู่อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม”

ปัจจุบันมีแบรนด์อาหารและเครื่องดื่มภายใต้การบริหารงานของอิมแพ็คทั้งสิ้น 17 แบรนด์ โดยในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ภายในศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งให้บริการลูกค้าและผู้ที่มาร่วมงานเป็นหลัก และอีกส่วนหนึ่งตั้งอยู่นอกพื้นที่ศูนย์ฯ ได้แก่ ร้านอาหารญี่ปุ่นสึโบฮาจิ ที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 6 สาขาทั่วกรุงเทพฯ และร้านเดอะ คอฟฟี่ อะคาเดมิคส์ ที่หลังสวน

ด้านบริการจัดเลี้ยงภายใต้ชื่อ “อิมแพ็ค เคเทอริง” ให้บริการอาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารไทย อาหารตะวันตก อาหารจีน รวมไปถึงอาหารกล่องมื้อกลางวัน โดยให้บริการในระดับ 3-4 ดาว

ภายใต้เม็ดเงินลงทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่มของอิมแพ็คสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทได้ถึงปีละ 1 พันล้านบาท โดย 65% ของรายได้มาจากธุรกิจบริการจัดเลี้ยง และที่เหลืออีก 35% มาจากธุรกิจร้านอาหาร ทั้งนี้ คุณพอลล์ตั้งเป้าที่จะผลักดันรายได้จากธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มให้เติบโตขึ้นเป็น 2 พันล้านบาทในอีก 5 ปีข้างหน้า

คุณพอลล์กล่าวเสริมว่า เพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว จำเป็นจะต้องมีการขยายธุรกิจบริการจัดเลี้ยงและร้านอาหาร ซึ่งได้แก่การเปิดร้านอาหารใหม่ๆ และการเพิ่มบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่