อิมแพ็คเปลี่ยนการจัดงานแสดงสินค้าสู่รูปแบบออนไลน์

อุตสาหกรรมไมซ์มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และสถานที่จัดงานทั่วโลกต้องปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มัล ซึ่งคำนี้มีขอบเขตกว้างๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วหมายถึงการเว้นระยะห่างทางกายภาพ การดำเนินงานตามมาตรการในการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค และการรักษาสภาพแวดล้อมที่สะอาดสำหรับผู้เข้าร่วมงานและพนักงานผู้ปฏิบัติงาน

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ในธุรกิจ B2B (Business to Business หรือ การค้าระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ) และ B2C (Business to Consumer หรือ การค้าระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค) ในขณะเดียวกันก็ทำให้อุตสาหกรรมไมซ์หยุดชะงักโดยสิ้นเชิง และต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในขณะที่การจัดกิจกรรมทางกายภาพที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากมีจำนวนลดลง การจัดงานในรูปแบบเสมือนจริงและแบบไฮบริดก็ได้กลายเป็นเทรนด์หลักในปัจจุบันและมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องไปอีกในอนาคต

เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดเกิดใหม่ บริษัท อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด จึงได้รุกให้บริการจัดงานอีเว้นท์ในรูปแบบเสมือนจริงและแบบไฮบริด เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้กับลูกค้า จากเดิมที่รองรับแค่การจัดกิจกรรมทางกายภาพเพียงอย่างเดียว

เมื่อเร็วๆ นี้ อิมแพ็คได้เป็นเจ้าภาพในการจัดงาน Medlab Asia Health และ Asia Health 2020 งานแสดงเครื่องมือแพทย์และการประชุมวิชาการทางการแพทย์นานาชาติบนแพลตฟอร์มออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคมที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

ต่อด้วยงาน LED Expo Thailand + Light ASEAN 2020 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-20 พฤศจิกายน 2563 งานแสดงสินค้านานาชาติด้านเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ LED จากผู้ประกอบการชั้นนำในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและแสงสว่างทั่วโลกในรูปแบบเสมือนจริง ถือเป็นเวทีทางการค้าที่สำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้เพิ่มยอดขาย สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก จับคู่เจรจาธุรกิจ และรับข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ล่าสุดของ LED ในตลาดประเทศเพื่อนบ้าน

ด้านงาน CEBIT ASEAN Thailand 2020 ก็จะเปลี่ยนไปจัดแบบเสมือนจริงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ในวันที่ 23 -29 พฤศจิกายน 2563 งานนี้ไม่เพียงแต่เป็นงานแสดงสินค้าเชิงธุรกิจและการประชุมเกี่ยวกับเทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นเวทีที่ช่วยมอบโอกาสในการสร้างยอดขาย สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ และทำให้ผลิตภัณฑ์เป็นที่รู้จักอีกด้วย ภายในงานรวบรวมผู้ประกอบการจาก 7 กลุ่มธุรกิจไอทีและดิจิทัล ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ ซอฟต์แวร์เพื่อธุรกิจองค์กร โซลูชันเพื่อความปลอดภัยด้านไซเบอร์ อีคอมเมิร์ซและการตลาดดิจิทัล ดาต้าและคลาวด์ สมาร์ทโซลูชันและไอโอที และ 5G

จากนั้นในวันที่ 25 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2563 อิมแพ็คจะจัดงาน Building Construction Technology (BCT) ในรูปแบบออนไลน์ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการและผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมก่อสร้างและอาคารได้พบปะ สร้างเครือข่ายธุรกิจ และจัดแสดงสินค้า นวัตกรรม เทคโนโลยี และโซลูชันล่าสุด ไปยังตลาดนานาชาติและผู้ที่สนใจกว่า 3,000 คนจากทุกภาคส่วนของอุตสาหกรรม ภายใต้ธีม “Towards Digitalization of the Construction and Building Industry” ที่นอกจากจะเป็นแพลตฟอร์มทางการค้าแล้ว ยังมีสัมมนาออนไลน์ที่ขับเคลื่อนด้วยองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มอุตสาหกรรม และการนำดิจิทัลมาใช้หลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยร่วมมือกับสมาคมแบบจำลองสารสนเทศอาคาร สมาคมคอนกรีตแห่งประเทศไทย และสมาคมวิศวกรโครงสร้างไทย กำลังสำคัญในการเรียนเชิญวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ในครั้งนี้